เปิดตัว !!หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “หน่วยหนุมาน” S.W.A.T

เปิดตัว

เปิดตัว !!หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “หน่วยหนุมาน” S.W.A.T

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ได้ เปิดตัว หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ S.W.A.T กองปราบปราม ขึ้นมาใหม่โดยขึ้นตรงกับ กองกำกับการสนับสนุน กองปราบปราม (กก.สสน.บก.ป.) ที่มี พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป.เป็นผู้นำ ถือเป็นหน่วยกำลังที่คอยสนับสนุนผลงานของ กก.1-6 เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้กำลังจับกุมคนร้าย หรือผู้มีอิทธิพล ต่างๆ หน่วยกำลังนี้มีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ ทั้งอาวุธหนักและอาวุธเบา โดยกำลังพล ได้รับการฝึกฝนมาแล้วหลายหลักสูตร และออกปฏิบัติหน้าที่มาแล้วในหลายภารกิจ

ผู้บังคับการปราบปราม ระบุด้วยว่า หน่วย SWAT หรือ Special Weapons And Tactics ของกองปราบปราม เป็นชื่อที่เรียกขานเหมือนของหน่วยงานต่างประเทศ ไม่มีชื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงมีแนวคิดหาชื่อเฉพาะตัวให้กับหน่วยงานนี้ เพื่อใช้เป็นนามเรียกขาน ต่อมาได้มาพิจารณาตั้งชื่อหน่วยขึ้นมา โดยเน้นที่ชื่อ มีที่มาที่ไป จนทำให้เกิดแนวคิดว่า กองปราบปรามเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับกองบัญชาการสอบสวนกลาง โดย ผู้บัญชาการการสอบสวนกลาง มีรหัสเรียกขานว่า “นารายณ์ 1และพระนารายณ์ หรือ พระราม” ในเรื่อง รามเกียรติ์ มีทหารเอกคือ “หนุมาน” มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง สามารถสู้รบกับยักษ์ ทศกัณฑ์ และบรรดาสมุนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จึงตั้งชื่อ หน่วยสวาทของกองปราบปราม ว่า ”หน่วยหนุมาน” เหมือนที่กองปราบฯถือเป็นทหารเอกของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในเวลานี้

ด้าน พ.ต.อ.วิจักขณ์ กล่าวว่า สำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือต่อไปจะมีชื่อเรียกว่า หน่วยหนุมาน กองปราบปราม ขณะนี้มีกำลังพล 40 นาย ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร อาทิ ต่อต้านการก่อการร้าย อรินทราช swat advance และหลักสูตรต่างๆ ช่วงที่ผ่านมาได้ไปร่วมแข่งขันรายการ SWAT Challenge 2019 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดขึ้นที่ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา มีการแข่งขันร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของ บช.ภ.1-9 สามารถสร้างชื่อได้อันดับ 3 ถือเป็นหน่วยงานน้องใหม่ไฟแรง “หลังจากนี้มีแนวคิดว่า จะเสนอผู้บังคับบัญชา ขอจัดส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน ไปฝึกหลักสูตรต่างๆ เพิ่มเติมกับ FBI และหน่วยงานด้านปฏิบัติการพิเศษต่างๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อจะได้นำความรู้ จากการไปฝึกนำกลับมาพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ให้หน่วยงานนี้ต่อไป”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา หน่วยหนุมาน ของกองปราบปราม นี้ ได้ออกปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้น และจับกุมในคดีกวาดล้างจับแก๊งทาเคดะ จับแก๊งยิงถล่มบ้านสมาชิก อบต. จัดในจังหวัดตรัง ร่วมจับกุมเครือข่ายน้าหลุยตาทิพย์ รวมทั้งยังเป็นหน่วยสนับสนุนภาระกิจสำคัญให้กับ กก.1-6 กองปราบปรามอีกด้วย

สังหารอุกอาจ !! มือมืดบุกยิงหนุ่ม 47 กลางอกเสียชีวิตคาคาบ้านพัก

สังหารอุกอาจ

สังหารอุกอาจ !! ชายวัย 47 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่กลางหน้าอก1 นัดโดยไม่รู้สาเหตุ เสียชีวิตภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ย่านคลองหลวง

สังหารอุกอาจ เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.ท.กมลรัตน์ พาน้อย สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีได้รับแจ้งเหตุ มีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 9/984 หมู่ที่ 14 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีหลังรับแจ้ง จึง รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจากนิติวิเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.1) และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่างของบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายสภาพศพนอนหงาย ที่บริเวณโซฟาข้างประตูหน้าบ้าน ทราบชื่อนายวิมาร สิริสมบัติ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่9/984 หมู่ที่ 14 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่กลางหน้าอก1 นัด

จากการสอบถามนางจรัญ จันทร์ข่า อายุ 44 ปี ภรรยาผู้ตายบอกว่าบ้านหลังนี้อยู่ด้วยกัน 6 คน ขณะเกิดเหตุทุกคนอยู่บนชั้นสองของบ้าน ส่วนสามีอยู่ชั้นล่างของบ้านจากนั้นได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนจึงพากันลงมาดูก็พบว่าสามีนอนเสียชีวิตอยู่บนโซฟาแล้ว ซึ่งตนได้คุยกับสามีครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงเวลา 20.30 น.ซึ่งปกติสามีก็จะเจ็บป่วยเป็นประจำอยู่แล้ว

ด้านพ.ต.ท.กมลรัตน์ พาน้อย สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองหลวงหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรและบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมเชิญผู้เกี่ยวข้องและญาติๆที่อยู่ในบ้านหลังดังกล่าวไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่สภ.คลองหลวงอีกครั้งและได้ตรวจค้นภายในบ้านเพื่อค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อหาสาเหตุการตายอีกครั้งและจะได้ประสานทางญาติๆมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป…

อย่าหลงเชื่อ !! ระวังมี จม.ส่งถึงคุณ ‘เป็นผู้โชคดี’ ลุ้นรางวัลใหญ่ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

อย่าหลงเชื่อ

อย่าหลงเชื่อ !! ระวังมี จม.ส่งถึงคุณ ‘เป็นผู้โชคดี’ ลุ้นรางวัลใหญ่ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

อย่าหลงเชื่อ สองพี่น้องชาวประโคนชัย ออกมาเตือนภัยหลังได้รับจดหมายเป็นผู้โชคดีได้รางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า พอเดินทางไปรับกลับ หลอกล่อ ให้จับสลากลุ้นรางวัลใหญ่ชุดโฮมเธียร์เตอร์มูลค่าเกือบ 80,000 แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 27,678 บาทเหยื่อหลงเชื่อจ่ายเงิน แต่พอนำเครื่องเสียงไปเปิดฟังที่บ้านคุณภาพกลับไม่เหมือนที่เปิดให้ฟังในร้าน เชื่อถูกหลอกโร่แจ้ง ตร.สุดท้ายบริษัทยอมคืนเงิน คาดมีคนตกเป็นเหยื่อหลายราย

วันที่ 25 พ.ย.62 นางเพียร ถั่วประโคน อายุ 60 ปี และนางสุณีย์ เงียบประโคน อายุ 48 ปี สองพี่น้อง​ ชาวบ้านหนองปรือ ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเตือนภัย หลังได้รับจดหมายจากบริษัทแห่ง​หนึ่ง​ ที่อ้างเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายยี่ห้อดังว่า​ เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า เตารีดไอน้ำ เตาอบไฟฟ้า และเครื่องดูดฝุ่น แต่พอนำจดหมายไปติดต่อรับของรางวัล พบว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีสินค้าวางจำหน่ายเหมือนกับห้างร้านทั่วไป เปิดเป็นห้องเล็กๆ เท่านั้นและพอไปถึงพนักงานกลับหลอกล่อให้จับสลากลุ้นรางวัลใหญ่ทั้งทองคำ และเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อดัง

แต่เมื่อทั้งสองจับสลากแล้วไม่ได้รางวัลใหญ่ พนักงานก็บอกว่าให้ลูกสาวของนางสุณีย์ ที่ไปด้วยจับอีก พอลูกสาวจับสลากปรากฎว่าได้รางวัลเป็นชุดโฮมเธียร์เตอร์ยี่ห้อดังจากต่างประเทศ ซึ่งทางบริษัทบอกว่ามีมูลค่าสูงถึง 76,900 บาท แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 36 เปอร์เซ็นต์ คิดคำณวนแล้วเป็นเงิน 27,684 บาท แต่นางสุณย์ไม่มีเงินพอที่จะจ่ายจึงปฏิเสธไม่เอาของรางวัลที่จับได้ แต่พนักงานก็ยังคะยั้นคะยอ ทั้งยังเปิดเครื่องเสียงให้ฟังซึ่งเสียงดังกระหึ่มเพราะมากเหมือนในโรงหนังเลย จนนางเพียร ผู้เป็นพี่สาวที่ไปด้วยกันยอมเอาเงินที่พึ่งไปจำนำสร้อยคอทองคำ เพื่อเตรียมจะไปชำระหนี้กองทุนหมู่บ้าน จ่ายค่าธรรมเนียมให้กับทางบริษัทไป เพราะคิดว่าชุดโฮมเธียร์เตอร์ดังกล่าวเป็นของจริงนำเข้าจากต่างประเทศ

ต่พอนางเพียร จ่ายค่าธรรมเนียมแล้วจะถ่ายรูปชุดโฮมเธียร์เตอร์ให้ญาติดูว่าตนได้ของรางวัลชุดใหญ่ แต่ทางบริษัทกลับห้ามไม่ให้ถ่ายอ้างว่าเป็นลิขสิทธิ์ไม่สามารถถ่ายได้ ก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร กระทั่งพนักงานนำชุดโฮมเธียร์เตอร์ที่อยู่ในบริษัท แต่ไม่ใช่ชุดเดียวกับที่โชว์หน้าร้าน ขึ้นรถให้ เมื่อนำกลับไปเปิดฟังที่บ้าน คุณภาพเสียงกลับไม่เหมือนกับที่พนักงานเปิดให้ฟังในร้าน เสียงต่างกันมากถึงแม้จะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียงแต่ก็ฟังออก

วันต่อมาจึงนำชุดโฮมเธียร์เตอร์ดังกล่าวกลับไปคืนบริษัทและจะขอเงินคืน แต่ทางบริษัทไม่ยอมให้คืนทั้งที่ตามความเป็นจริงแล้ว เวลาที่ไปซื้อของตามห้างร้านทั่วไปสามารถคืนได้ไม่เกิน 7 วัน จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ กระทั่งทางบริษัทยอมคืนเงินค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปให้ทั้งหมด ส่วนตนเองก็คืนสินค้าให้กับทางบริษัทครบทุกชิ้นเช่นกัน

โดยนางเพียร บอกว่า แม้กรณีของตนเองจะได้เงินคืนแล้ว แต่อยากจะนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมาเตือนภัย เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านคนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อเหมือนกันตนเอง และเชื่อว่าน่าจะมีชาวบ้านในหลายอำเภอที่ได้รับจดหมายในลักษณะดังกล่าว

ตำรวจเร่งไล่ล่า !! โจรหนุ่มก่อเหตุชิงทอง วงจรปิดจับภาพชัด

ตำรวจเร่งไล่ล่า

ตำรวจเร่งไล่ล่า !! โจรหนุ่มก่อเหตุชิงทอง วงจรปิดจับภาพชัด

ตำรวจท่าบ่อ หนองคาย ตำรวจเร่งไล่ล่า  ก่อเหตุชิงทองร้านทองไทยเจริญ อ.ท่าบ่อ ทำทีขอดูทอง เจ้าของร้านเอาให้ดูก่อนคว้า สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท หลบหนี กล้องวงจรปิดจับภาพชัด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.45 น. วันที่ 23 พ.ย. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้รับแจ้งจากนายสันติภาพ คุณธรรมรักษ์ เจ้าของร้านทองไทยเจริญ เลขที่ 27 หมู่ 3 ถนนสันติสุข ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุชิงทองภายในร้าน ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่มีคนร้ายเป็นชาย สูงประมาณ 170 เซนติเมตร รูปร่างสันทัด สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีกรมท่า สวมหมวกสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าผ้าใบ เข้าไปทำทีขอดูทองรูปพรรณจากทางร้าน โดยเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงได้นำทองแบบต่าง ๆ มาให้ดู ระหว่างที่เจ้าของร้านนำทองออกมาวางให้ดู 2-3 เส้น คนร้ายก็หยิบสร้อยคอทองคำ 1 เส้น น้ำหนัก 1 บาท ขึ้นมาดู จังหวะที่เจ้าของร้านหันหลังให้เพื่อเก็บทองเส้นที่เหลือ คนร้ายก็เอาทองใส่กระเป๋ากางเกงแล้วรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที เหตุการณ์นี้คนร้ายชิงทองไป 1 เส้น น้ำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 20,000 บาท

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง พบว่าคนร้ายอาจจะมี 2 คน โดยใช้รถยนต์กระบะขับเข้าไปในซอยใกล้กับร้านทอง จากนั้นคนร้ายได้เดินออกจากซอยข้ามถนนเดินผ่านหน้าร้านทองไปลักษณะเหมือนดูลาดเลาก่อนจะเดินเข้าไปก่อเหตุในร้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วแล้ว.

พากันมอบตัว”ไอ้บิ๊ก” พร้อมพวก รุมกระทืบลุง 52 รับ รับฉุนปมค้างค่าแรง

พากันมอบตัว

พากันมอบตัว”ไอ้บิ๊ก” พร้อมพวก รุมกระทืบลุง 52 รับ รับฉุนปมค้างค่าแรง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ที่สานีตำรวจภูธรสวนพริกไทย อำเภอเมือง

จังหวัดปทุมธานี พล ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 ได้แถลงข่าว วันรุ่น 3 คน ได้พากันมอบตัว หลังถูกข้าราชการกดดัน จาก คลิปรุมทำร้าย ร่างกาย นายสมบัติ นิยมมาก

อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/3 ม.5 ต.คูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บดังที่เป็นข่าวได้เสนอไปแล้ว

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1,พล ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง

ค์ รอง ผบช.ภ.1,พล ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์พัชร์

แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.สวนพริกไทย ให้ทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสมบัติ นิยมมาก ตามที่สื่อสังคมออนไลน์ได้โพสคลิปวีดีโอและลงข่าวตามสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจของประชาชน เหตุเกิด บริเวณซอยบริษัทกรุงเทพน้ำทิพย์ หมู่ 7 ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2562 เวลาประมาณ 11.50 น.

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าผู้ที่ปรากฏตามภาพในคลิปวีดีโอมีจำนวน 4 คน ดังนี้ 1.นายธันวา หรือบิ๊ก ทรัพย์สินไพบูลย์ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 22/2 ถนนวัฒนธรรมรามัญ 200 ปี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี 2.นายไพโรจน์ หรือหมุด สีทอง อายุ 34 ปี ที่อยู่ 89/29 หมู่ 1 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 3.นายรามัญ หรือดำ คงแป้น อายุ 27 ปี ที่อยู่ 75/28 หมู่ 1 ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี และ 4.น.ส.นันท์นภัส ทิพย์กังวานวงศ์ อายุ 31 ปี ที่อยู่ 69/127 หมู่ 8 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้ติดตามกดดันผู้ก่อเหตุจึงได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดีตามกฎหมาย จำนวน 3 คน คือ 1.นายธันวา หรือบิ๊ก ทรัพย์สินไพบูลย์ 2.นายไพโรจน์ หรือหมุด สีทอง 3.นายรามัญ หรือดำ คงแป้น ส่วน น.ส.นันท์นภัสฯ ภรรยาของนายธันวาหรือบิ๊กฯ ไปร่วมงานแต่งงานของญาติที่ จ.หนองบัวลำภู เมื่อเสร็จงานจะรีบกลับมาเข้าพบเจ้าพนักงานตำรวจต่อไป

พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 นายสมบัติ นิยมมาก ผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแจ้งว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ย.62 ได้นัดเจรจากับนายธันวาหรือบิ๊ก เรื่องค้างค่าจ้างแรงงานของญาติที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี เมื่อตกลงและจ่ายเงินค่าจ้างกันเรียบร้อยแล้วได้ขับรถยนต์ออกจากตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี พร้อมภรรยาและลูก ขณะขับรถถึงบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว ได้มีนายธันวาหรือบิ๊ก ขับขี่รถยนต์กระบะ คันทะเบียน กท-1514 ปทุมธานี มากับ น.ส.นันท์นภัสหรือแอม ภรรยา และนายรามัญหรือดำ คงแป้น ส่วนนายไพโรจน์หรือหมุด สีทอง ขับขี่รถจักรยานยนต์ คันทะเบียน 4กค-345 กทม. นำหน้ารถยนต์เก๋งผู้เสียหาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายไพโรจน์หรือหมุดได้หยุดรถจักรยานยนต์ขวางทางเดินรถของผู้เสียหาย นายธันวาหรือบิ๊กหยุดรถปิดท้ายรถผู้เสียหาย จากนั้นนายธันวาลงจากรถมากระชากประตูรถผู้เสียดึงตัวผู้เสียหายลงจากรถ นายรามัญลงจากรถเข้าร่วมจับล็อคแขนผู้เสียหายไว้ นายธันวาได้ใช้หมัดชกและใช้เท้าแตะทำร้ายผู้เสียหายจำนวนหลายครั้ง(ปรากฏตามภาพวีดีโอคลิป)

ต่อจากนั้นคนก่อเหตุขับขี่รถแอบหนีไป ถัดมาช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน62 นายธันวาหรือบิ๊ก นายรุ่งเรืองหรือหมุดฯ รวมทั้งนายมอญหรือดำ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามบีบคั้นอย่างมากก็เลยทนไม่ได้ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนได้รับตัวรวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาฟ้องร้องคดีกับคนก่อเหตุทั้งยัง 3 คนตามข้อบังคับไว้แล้ว ต้นเหตุที่กระทำผิดในคราวนี้ นายธันวาหรือบิ๊กสารภาพว่าไม่พอใจรวมทั้งโกรธนายสมบัติฯ ผู้เสียหาย ที่ได้นำเรื่องค้างจ่ายค่าแรงของเครือญาตินายสมบัติมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี ก็เลยด้วยกันกระทำผิดดังที่กล่าวมาแล้ว
ด้าน พล ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พูดว่า เนื่องด้วยความประพฤติของคนก่อเหตุที่เผยแพร่ทางโลกออนไลน์ ชี้ให้เห็นว่าเป็นความประพฤติที่กำเริบไม่กลัวต่อข้อบังคับ รุกแก่อำนาจ ซึ่งผู้เสียหายก็แก่แล้ว พื้นฐานได้ถามทราบดีว่า มีเล็กน้อยที่สารภาพ เล็กน้อยให้การภาคเศษ แต่ว่าอย่างไรก็ดีก็เป็นคำกล่าวให้การของผู้ต้องหา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สอบสวน ได้กระทำการไต่สวนเพิ่มอีกเกี่ยวกับต้นเหตุที่จริงจริงในหัวข้อที่ว่าทำไม่ถึงได้ก่อเหตุแบบงี้ แล้วมีการกระทำอย่างงี้ทำให้สังคมลำบาก รวมทั้งขอบพระคุณคนที่ถ่ายคลิปช่วงเวลาที่เกิดเหตุไว้ด้วยหากไม่มีภาพคลิปพวกเราคงจะมองไม่เห็นเหตุที่อุกอาจอย่างนี้ด้วย มีการต่อยประมาณ 8 ครั้ง เตะ 9 ครั้ง มีเพื่อนฝูงผู้ก่อเรื่องล็อกตัวให้รังแก ล้มลงยังตอกย้ำอีก ฝากถึงผู้เสียหายแล้วก็ญาติผู้เสียหายวันนี้พวกเราจะฟ้องร้องให้ความยุติธรรม ถ้าผู้เสียหายท่านต้องการจะให้ตำรวจดูแล สามารถติดต่อสอบถามมาได้ทางตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้แก่ท่านอย่างดีเยี่ยม ยิ่งไปกว่านี้จำต้องขอบคุณข้างสืบสวนที่ติดตามและก็บีบคั้นได้เร็ว ด้วยเหตุว่าสังคมติดตามรวมทั้งจ้องแนวทางการทำงานของตำรวจ ต้องการพบว่ามีคนที่เกี่ยวพันมากยิ่งกว่านี้ให้ปฏิบัติงานทั้งปวง

จับเหล้าเถื่อน !! สรรพสามิตจับลักลอบต้มสุราเถื่อน เตรียมขายช่วงปีใหม่ที่แม่สรวย

จับเหล้าเถื่อน

จับเหล้าเถื่อน !! สรรพสามิตจับลักลอบต้มสุราเถื่อน เตรียมขายช่วงปีใหม่ที่แม่สรวย

จับเหล้าเถื่อน ดร.สุพัชรา บุญเกิดรัมย์ สรรพสามิตพื้นที่เชียงราย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งว่าในบริเวณสวนลำใยไม่มีเลขที่ ม.9 ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มีการ ลักลอบต้มสุรา โดยไม่ได้รับอนุญาตและเพื่อจะเอาขายให้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

จับเหล้าเถื่อน

ทางสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดเชียงราย จึงได้หมอบหมายให้สายตรวจสอบสรรพสามิตพื้นที่เชียงราย สายที่ 1 และ 2 เข้ารับการตรวจสอบ ทางสายตรวจได้เข้าตรวจสอบแล้ว พบการกระทำผิดจริง เจ้าหน้าที่จึงยึดได้ตรวจ ประกอบด้วย 1.สุราแช่จำนวน 140 ถัง น้ำสุรา 2,800 ลิตร, 2.เครื่องต้มกลั่นครบชุด จำนวน 2 ชุดและแป้งเชื้อสุรา 1 ถุงพลาสติก 1 ถุง ปริมาณ 1,500 กรัม ส่วนผู้กระทำผิดได้ทิ้งของกลางหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางใว้

กลับมาอีกครั้ง !! ทุนกาตาร์ถกคืบจ่อชุบชีวิต’ยูงทอง’

กลับมาอีกครั้ง

กลับมาอีกครั้ง !! ทุนกาตาร์ถกคืบจ่อชุบชีวิต’ยูงทอง’

อีเอสพีเอ็นสื่อกีฬาชื่อดังรายงานว่ากาตารี สปอร์ตส์ อินเวสต์เมนท์ (คิวเอสไอ) บริษัทเจ้าของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมงขยับเข้าใกล้ การซื้อกิจการ ของลีดส์ ยูไนเต็ดอดีตทีมดังแห่งพรีเมียร์ลีกแล้ว กลับมาอีกครั้ง

ทุนจากกาตาร์สนใจที่จะลงทุนกับสโมสรในแชมเปี้ยนชิพที่ตอนนี้กำลังต่อสู้เพื่อคืนสังเวียนพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

การเจรจาระหว่างทุนกาตาร์กับ”ยูงทอง”เกิดขึ้นตั้งแต่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาและแม้ยังไม่มีข้อยุติในเวลานี้แต่รายงานระบุว่าการเจรจามีทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้นเรื่อยๆ

อันเดรีย ราดริซซานี่เจ้าของทีมลีดส์ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนอีก 2 แห่ง แต่ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเขากับนาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ประธาน”เปแอสเช”ทำให้ทุนจากกาตาร์เป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์

ตอนนี้ข้อตกลงทั้งหลายยังไม่เกิดขึ้นเพราะความไม่แน่นอนของเบร็ดซิต นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นนำมาโดยสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีของบีอิน สปอร์ตซึ่งอัล-เคไลฟี่เป็นเจ้าของอยู่

ราดริซซานี่ต้องการขายทีมด้วยราคาที่เหมาะสมหลังจากจ่ายเงินไปราว 40 ล้านปอนด์เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2017

ทุนจากกาตาร์ตกเป็นข่าวว่าอยากเข้ามาทำธุรกิจลูกหนังบนเกาะอังกฤษมานานแล้ว โดยเคยยื่นข้อเสนอขอซื้อควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์สมาก่อนหน้านี้ แต่กลับพิจารณาว่าลีดส์เป็นโอกาสที่น่าสนใจกว่า

ลีดกับกาตาร์ได้ประสานความร่วมมือกันในหลายช่องทางก่อนหน้านี้ โดยได้จัดตั้งศูนย์เยาวชนแอสไปร์ที่กรุงโดฮา และทีมเยาวชนของลีดส์ได้เดินทางไปซ้อมและลงแข่งขันทัวร์นาเมนต์อยู่บ่อยครั้ง…

เปิดใจฟังจากปากฟรอยด์ชัดๆ หลังโดนเอี่ยวมอมยานักศึกษา

เปิดใจฟังจากปากฟรอยด์ชัดๆ

เปิดใจฟังจากปากฟรอยด์ชัดๆ หลังโดนเอี่ยวมอมยานักศึกษา

เปิดใจฟังจากปากฟรอยด์ชัดๆ จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า แชร์ประสบการณ์ที่เจอมากับตัว และ เตือนภัยผู้หญิง ทุกคนให้ระวังตัวเวลาไปไหนมาไหน หรือรับของจากใคร หลังจากเธอเล่าว่าถูกดาราชาย อักษรย่อ ฟ. ให้เธอกินเจลลี่บางอย่าง จนเกิดอาการใจเต้นแรงเหมือนโดนมอมยา ล่าสุดรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้ไปสัมภาษณ์ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ยอมรับอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นจริง

“ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์” ดาราชื่อดังได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ยอมรับว่าตนคือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้มอมยาตามคำกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยเผยว่า “ผมไปร้านนั้นจริง ผมอยู่ในเหตุการณ์ครับ ฟ.ฟันคือฟรอยด์ครับ เรื่องอย่างที่บอกว่าประมาณวันอังคาร ผมก็ไปกินข้าวของผมปกติ รุ่นน้องผมก็มาพร้อมกับน้องอีกคนซึ่งเป็นผู้หญิงที่ผมไม่รู้จักส่วนตัว เขาเข้ามาในร้านกับรุ่นน้องคนนี้ เขาก็สั่งอาหาร ขนม มากินกัน ก็ไม่ได้ว่าอะไร รุ่นน้องผู้ชายผมก็สนิทกัน”

“ผมไม่ได้นัดเขามา แต่บังเอิญมาเจอกันเฉยๆ เราบังเอิญมาเจอกันที่ร้านนี้ ผมนั่งอยู่คนเดียวอยู่แล้ว พอสั่งอาหารกินกันปกติ น้องเขาบอกหนาว เขาก็บอกพนักงานในร้าน ก็ให้ปิดแอร์ให้ สักพักก็เหมือนเบลอๆ จะเป็นลม เราก็ตกใจ ผมบอกน้องให้กินน้ำหวานก่อนมั้ยอะไรแบบนี้ ที่เขียนในข่าวว่าผมเดินออกไปข้างนอก ผมคิดว่าน้องเค้าน่าจะเกิดจากการร้อนมาจากข้างนอก ฮิสโตก หรืออะไรแบบนี้ ผมก็เลยแนะนำให้เขากินอะไรก่อนมั้ย ทุกคนในร้านก็เห็น”

“เสร็จแล้วรุ่นน้องผมก็เรียกแกรปไปกับนักศึกษาคนนี้โดยที่ผมยังอยู่ในร้าน ผมก็รู้ว่าปลายทางเขาไปโรงพยาบาล ผมก็งงว่าข่าวมันมาถึงผมได้ยังไง ว่าผมไปมอมยาน้องได้อย่างไร ที่บอกว่าผมยื่นเยลลี่หรือเจลลี่ให้น้องเขา คือผมไม่ได้ยื่นให้กินอะไรทั้งนั้น เขาสั่งมากิน จอยกันบนโต๊ะ เราสั่งอาหารหลายอย่างมากินบนโต๊ะเยอะ ผมก็ไม่รู้ว่าน้องเขากินอะไรเข้าไปผิดสำแดงหรือเปล่า ถึงเกิดอาการนี้ขึ้น”

“เยลลี่ที่อ้างว่าผมเอามาจากต่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าน้องเขาเอาข้อมูลนี้มาจากไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนได้ว่าผมไม่ได้ให้เขา ไม่ได้บังคับให้เขากินอย่างแน่นอน ขนมบนโต๊ะมีหลายอย่างมาก ขนมเราเอามาแชร์กัน ขนมก็มีของผมด้วยที่เอามาจากต่างประเทศ ของคนอื่นด้วย ก็เอามาแชร์กัน กินด้วยกันปกติ แล้วก็ไม่ได้มีการให้กิน เยลลี่ไม่ใช่ของผมครับ ผมก็งงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันลามมาถึงผมได้”

“เรื่องที่เดินออกไปสูบบุหรี่กับรุ่นน้องผู้ชาย อันนี้คือตอนที่น้องเขาเกิดอาการแล้ว พอเข้ามาน้องก็มีอาการมึน ก็บอกให้กินอะไรหวานๆ มั้ย เราก็คิดว่าน้องจะฮีสโตกหรือเหนื่อยจากข้างนอก เราไม่ได้ให้อะไรเขากิน เขาบอกว่าเขาจะไปโรงพยาบาล รุ่นน้องที่เป็นผู้ชายก็พาน้องไปรพ. ผมนั่งอยู่ร้าน ส่วนเรื่องที่บอกว่าสั่งแกรปไปปักหมุดที่อื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลก็ต้องถามรุ่นน้องชายที่พาไป เพราะตอนนั้นผมอยู่ร้าน แล้วเท่าที่ทราบมาสุดท้ายแล้วเขาก็พากันไปโรงพยาบาลจริงๆ”

“ไม่ได้ไปที่โรงแรมตามที่ข่าวนำเสนอ จากที่ผมได้ทราบจากรุ่นน้อง ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณพ่อน้องผู้หญิง น้องเขาก็หยิบไปแล้วขอคุยกับคุณพ่อเอง รุ่นน้องผมที่เป็นผู้ชายก็คุยกับคุณพ่อผู้หญิงตลอดทาง น้องผู้ชายบอกตลอดทางคุณพ่ออยู่ในสายครับ ข่าวหลายอย่างมันผิดเพี้ยนจากเดิมมาก ตอนนี้มันก็ลามมาถึงงานของผม อีเวนต์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นก็เริ่มไม่สบายใจ ผมก็ยินดีจะออกมาพูด เพราะมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับผมเลยในเรื่องนี้”

“ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกไปสอบ 20 พ.ย. นี้ ตอนนี้ผมยังไม่ได้สายจากทางตำรวจ ผมไม่รู้ว่ากระบวนการมันเป็นอย่างไร แต่ผมก็ยินดี เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย แล้วมันก็จะกระทบต่อหน้าที่การงานผมด้วย สุดท้ายแล้วถ้างานผมถูกยกเลิกทั้งหมด ก็อาจดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายต่อหน้าที่การงานของผม ถ้าผมเสียหายในงานก็คงต้องมีดำเนินคดี

ยืนยันผมไม่ได้วางยา ไม่ได้มอมเขา ไม่ได้รู้จักส่วนตัวกับน้องเขาเลย” ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ กล่าว…

ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ โจรกรรมรอส่งข้ามโขงแลกยาบ้า

ตรวจยึดรถจักรยานยนต์

ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ โจรกรรมรอส่งข้ามโขงแลกยาบ้า

ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 17 พฤศจิกายน 2562 ที่กองร้อยตระเวนชายแดนที่ 227

อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 , พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ศรีกุลบุตร ผบ.ร้อย ตชด.227 , ร.ต.ต.ครองชัย ยนต์ดัน หัวหน้าชุด ชปข.ตชด.227 , ร.อ.ธวัช กงสะกาง ผบ.ร้อย ทพ.2305 , จ.ส.อ.ภัทร์ไพบูลย์ พิมพิลา ส.ยุทธการและการข่าว ทพ.23 , ร.ท.อุดม ใจสู้ศึก ผบ.หมวด ลว.ไกล กกล.สุรนารี , นายทักสุรินทร์ นาโสก ปลัดอำเภอชานุมาน , นรข.เขตอุบลราชธานี ร่วมกันแถลงข่าว หลังเมื่อกลางดึกของเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยานยนต์สภาพใหม่ 3 คัน ได้ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณท่าจอดเรือปากห้วยยาง บ้านโคกเจริญ ต.โคกสาร อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

โดยเมื่อกลุ่มผู้กระทำผิด 5 คน เห็นเจ้าหน้าที่ก็วิ่งไปลงเรือยนต์หางยาวขนาดใหญ่ ซึ่งมีรถจักรยานยนต์อีก 4 คันบนเรือ แล่นออกจากฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว รอดการจับกุมไปได้ ซึ่งการข่าวระบุว่ารถจักรยานยนต์ทั้ง 3 คัน ถูกโจรกรรมมาจากนอกพื้นที่ เพื่อส่งข้ามไปแลกกับยาบ้า ที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดไว้เสียก่อน

ศาลเวียดนามจำคุกครูสอนดนตรี 11 ปี เหตุโพสต์เฟซบุ๊กต่อต้านรัฐ

ศาลเวียดนามจำคุกครูสอนดนตรี

ศาลเวียดนามจำคุกครูสอนดนตรี 11 ปี เหตุโพสต์เฟซบุ๊กต่อต้านรัฐ

เหวียน นัง ติ๋ง อายุ 43 ปี ถูกกล่าวหาว่าผลิตและเผยแพร่ ข้อมูลต่อต้านรัฐ ศาลเวียดนามจำคุกครูสอนดนตรี 11 ปี ในการพิจารณาคดีที่ใช้เวลาเพียง 1 วัน ที่ศาลแขวง จ.เหงะอาน ตามการเปิดเผยของทนายความ

“ที่การพิจารณาคดี ติ๋ง กล่าวว่า ข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริงเพราะบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่ใช่บัญชีของเขา” ทนายความ กล่าว โดยอัยการระบุว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ เหวียน นัง ติ๋ง และลูกความของเขาที่ชื่อ เหวียน นัง ติ๋ง เป็นบุคคลคนเดียวกัน

ติ๋ง ที่เป็นครูสอนดนตรีที่วิทยาลัยประจำจังหวัด ถูกจับกุมตัวในเดือน พ.ค. หลังถูกพบว่าเขาได้เขียนและแชร์โพสต์ รวมถึงคลิปวิดีโอต่อต้านรัฐบนบัญชีเฟซบุ๊กของเขา คำแถลงของตำรวจระบุ

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา สถาปนิกอายุ 54 ปี ก็ถูกตัดสินจำคุกนาน 12 เดือนจากข้อกล่าวหาว่าอัปโหลดโพสต์ต่อต้านรัฐบาลบนบัญชีเฟซบุ๊กของตัวเอง

เฟซบุ๊กถูกใช้งานอย่างกว้างขวางในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ และยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับอี-คอมเมิร์ซ และผู้เห็นต่าง ในเดือนม.ค. ทางการเวียดนามกล่าวหาว่า เฟซบุ๊กละเมิดกฎหมายเนื่องจากปล่อยให้ผู้ใช้งานโพสต์ความเห็นต่อต้านรัฐบาล

สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ กล่าวในเดือน พ.ค. ว่า ได้เพิ่มการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาในเวียดนามมากกว่า 500% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561

“เหวียน นัง ติ๋ง เป็นผู้เห็นต่างรายล่าสุดที่ตกเป็นเป้าจากการโพสต์ข้อมูลและวิพากษ์วิจารณ์บนเฟซบุ๊ก” จอห์น ซิฟตัน จากฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าว

ติ๋งจะถูกกักบริเวณในบ้านพักอีก 5 ปี หลังจำคุกครบกำหนดโทษ ทนายความระบุ.